วันที่นำเข้าข้อมูล: 23 มิถุนายน 2025 วันที่ปรับปรุงข้อมูล: 23 มิถุนายน 2025
ไทยเตรียมเปิดตัว LLM สัญชาติไทย! สวทช.-เอกชนร่วมมือสร้าง AI เข้าใจภาษาไทย เสริมศักยภาพการแข่งขันระดับโลก
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การแข่งขันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลกอย่างเต็มตัว ด้วยการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ที่เป็นของไทยเอง ภารกิจนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้าง AI ที่สามารถทำงานและเข้าใจภาษาไทยได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศในเวทีสากล
ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Sovereign AI” หรือ การพัฒนา AI ที่พึ่งพาตนเองได้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จับมือกับบริษัท สยาม เอไอ คอร์ปอเรชั่น (Siam AI Corporation) เพื่อสร้าง LLM ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางภาษาและวัฒนธรรมของคนไทยโดยเฉพาะ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมูลฐานของประเทศ
ดร. สุขิต ลิมปิจุญโญชัย ประธาน สวทช. กล่าวว่า โครงการนี้จะมีบทบาทสำคัญในการเร่งให้เกิดการพัฒนา AI ที่ตรงกับความต้องการของไทย ช่วยส่งเสริมนวัตกรรมบริการดิจิทัล และยกระดับศักยภาพในการแข่งขันของชาติในระยะยาว
ขณะเดียวกัน นางสาว รตนพร วงศ์นาภาชันต์ ซีอีโอ ของ Siam AI ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของการสร้างโมเดล AI ภาษาไทยด้วยตัวเอง โดยกล่าวว่า “เราควรพัฒนา LLM ภาษาไทยด้วยตนเอง เพราะมันคือภาษาแม่ของเรา การพึ่งพาโมเดลจากต่างชาติเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เราสูญเสียข้อมูลและอินไซต์ที่มีค่า ซึ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความคิดและเทคโนโลยีในอนาคต”
โดยพื้นฐานแล้ว LLM คือระบบ AI ขั้นสูงที่มีความสามารถในการประมวลผลและสร้างสรรค์ภาษามนุษย์ ซึ่งต้องการการฝึกอบรมด้วยชุดข้อมูลขนาดใหญ่ (Massive Datasets) สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับงานหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยเสมือน (Virtual Assistants), การสร้างเนื้อหา, การพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือแม้แต่งานวิจัยทางวิชาการ
ทั้งนี้ ไทยมีความคืบหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกและในประเทศ อาทิ Amazon, Apple และ Alphabet ต่างเข้ามามีส่วนร่วมในการขยายตัวนี้ ช่วยสร้างรากฐานด้านฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการเติบโตของ AI
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการมีเพียง Data Center อย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ระบบนิเวศซอฟต์แวร์ (Software Ecosystem) ที่แข็งแกร่งมีความสำคัญเท่าเทียมกัน และหัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือการต้องมี LLM ที่เข้าใจบริบทท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่า AI จะสามารถเข้าใจและสื่อสารภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน ไทยได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มประเทศในเอเชียที่มีการพัฒนา LLM เป็นของตัวเองแล้ว โดยยืนอยู่ในแถวหน้าร่วมกับประเทศชั้นนำอย่างจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
ทางด้าน สวทช. ระบุว่า LLM ภาษาไทยที่กำลังพัฒนาอยู่นี้จะมีขนาด 7 พารามิเตอร์ (7 billion parameters) และคาดว่าจะสามารถพัฒนาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 เดือน
