ฟอสซิลไดโนเสาร์: สินทรัพย์ทางเลือกมูลค่าหลายร้อยล้าน ที่นักวิทยาศาสตร์เป็นห่วง

02 joopiter trey hero left profile 20260407154716621 2 2

กระดูกที่ฝังอยู่ใต้ดินมานานกว่า 66 ล้านปี กำลังกลายเป็นสินทรัพย์ที่ร้อนแรงที่สุดในตลาดสะสมของโลก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟอสซิล Triceratops ที่เกือบสมบูรณ์จากยุค Late Cretaceous ซึ่งได้รับการตั้งชื่อเล่นว่า “Trey” ถูกประมูลขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในราคา 5.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — อีกหนึ่งหลักฐานที่ยืนยันว่าตลาดฟอสซิลไดโนเสาร์เชิงพาณิชย์ไม่ได้ชะลอตัวลงแม้แต่น้อย หากแต่กำลังเร่งความเร็วขึ้นอย่างน่าตื่นตาในทุกมิติ ทั้งราคา ผู้ซื้อ และช่องทางการขาย

 

สิ่งที่ทำให้การขาย Trey ครั้งนี้โดดเด่นกว่าการประมูลฟอสซิลทั่วไป ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนป้ายราคา แต่คือ ใคร เป็นผู้ขาย ใคร เป็นผู้ซื้อ และ ที่ไหน ที่การซื้อขายเกิดขึ้น ผู้ขายคือ Chaw Wei Yang นักสะสมงานศิลป์และนักลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีวัย 26 ปีจากสิงคโปร์ ที่ซื้อ Triceratops ตัวนี้มาราวสองปีครึ่งก่อนเพื่อเติมเต็มความฝันในวัยเด็ก ก่อนจะตัดสินใจนำมาประมูลต่อผ่าน Joopiter แพลตฟอร์มประมูลออนไลน์ที่ก่อตั้งโดย Pharrell Williams ศิลปิน โปรดิวเซอร์ และนักออกแบบแฟชั่นชื่อดัง ซึ่งปกติเชี่ยวชาญด้านสินค้าสำหรับคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่รองเท้า sneaker หายากไปจนถึงการ์ดนักกีฬาลายเซ็น — การก้าวเข้าสู่โลกฟอสซิลครั้งนี้จึงเป็นการเปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่ที่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าตลาดนี้กำลังดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่จากทุกทิศทาง

 

 

🎯 สรุปสั้นๆ

  • ฟอสซิลไดโนเสาร์กำลังถูกมองเป็น “สินทรัพย์ทางเลือก” ที่ยัง untapped โดยในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา มีฟอสซิล 3 ชิ้นที่ทำราคาเกิน $30 ล้านต่อชิ้น สะท้อนการเติบโตของตลาดอย่างก้าวกระโดด
  • แพลตฟอร์มประมูลออนไลน์รุ่นใหม่อย่าง Joopiter กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าวงการ ดึงนักสะสมรุ่นใหม่และนักลงทุนจากโลกคริปโตเข้ามาร่วมเกมที่เคยเป็นของบ้านประมูลหรูอย่าง Christie’s และ Sotheby’s เท่านั้น
  • นักบรรพชีวินวิทยาและองค์กรวิชาการทั่วโลกกำลังส่งเสียงเตือนว่าฟอสซิลสำคัญกำลังหลุดออกจากมือสถาบันสาธารณะไปสู่ตู้นิรภัยส่วนตัวอย่างถาวร ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในกระดูกเหล่านั้นสูญหายไปจากการศึกษาของมนุษยชาติตลอดกาล

 

 

 

This juvenile Ceratosaurus fossil was estimated to sell for between $4 million and $6 million, but fetched $30.5 million in 2025.

 

กระดูกที่ฝังอยู่ใต้ดินมานานกว่า 66 ล้านปี กำลังกลายเป็นสินทรัพย์ที่ร้อนแรงที่สุดในตลาดสะสมของโลก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟอสซิล Triceratops ที่เกือบสมบูรณ์จากยุค Late Cretaceous ซึ่งได้รับการตั้งชื่อเล่นว่า “Trey” ถูกประมูลขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในราคา 5.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — อีกหนึ่งหลักฐานที่ยืนยันว่าตลาดฟอสซิลไดโนเสาร์เชิงพาณิชย์ไม่ได้ชะลอตัวลงแม้แต่น้อย หากแต่กำลังเร่งความเร็วขึ้นอย่างน่าตื่นตาในทุกมิติ ทั้งราคา ผู้ซื้อ และช่องทางการขาย

 

สิ่งที่ทำให้การขาย Trey ครั้งนี้โดดเด่นกว่าการประมูลฟอสซิลทั่วไป ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนป้ายราคา แต่คือ ใคร เป็นผู้ขาย ใคร เป็นผู้ซื้อ และ ที่ไหน ที่การซื้อขายเกิดขึ้น ผู้ขายคือ Chaw Wei Yang นักสะสมงานศิลป์และนักลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีวัย 26 ปีจากสิงคโปร์ ที่ซื้อ Triceratops ตัวนี้มาราวสองปีครึ่งก่อนเพื่อเติมเต็มความฝันในวัยเด็ก ก่อนจะตัดสินใจนำมาประมูลต่อผ่าน Joopiter แพลตฟอร์มประมูลออนไลน์ที่ก่อตั้งโดย Pharrell Williams ศิลปิน โปรดิวเซอร์ และนักออกแบบแฟชั่นชื่อดัง ซึ่งปกติเชี่ยวชาญด้านสินค้าสำหรับคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่รองเท้า sneaker หายากไปจนถึงการ์ดนักกีฬาลายเซ็น — การก้าวเข้าสู่โลกฟอสซิลครั้งนี้จึงเป็นการเปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่ที่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าตลาดนี้กำลังดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่จากทุกทิศทาง

 

แต่ Trey เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพที่ใหญ่กว่ามาก ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ตลาดฟอสซิลไดโนเสาร์ได้สร้างสถิติที่แทบไม่น่าเชื่อขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เริ่มจากปี 2020 เมื่อ Abu Dhabi Department of Culture and Tourism จ่ายเงิน 31.8 ล้านดอลลาร์เพื่อครอบครอง “Stan” โครงกระดูก T. rex ที่สมบูรณ์ที่สุดชิ้นหนึ่งของโลก ก่อนที่สถิตินั้นจะถูกทำลายในปี 2024 เมื่อ Kenneth C. Griffin มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งกองทุน Hedge Fund ชื่อดัง ควักเงิน 44.6 ล้านดอลลาร์ซื้อ “Apex” โครงกระดูก Stegosaurus ขนาดมหึมา จากนั้นเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว Ceratosaurus หนึ่งในสี่ตัวอย่างที่รู้จักในโลก ก็กลายเป็นชนวนสงครามประมูลที่ Sotheby’s นิวยอร์ก จนผู้ซื้อที่ไม่เปิดเผยตัวตนต้องจ่ายสูงถึง 30.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อคว้าสัตว์นักล่าสูง 1.9 เมตรตัวนี้ไปครอง

 

ความร้อนแรงของตลาดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในหมู่นักธุรกิจหรือรัฐบาล เพราะฮอลลีวูดก็เคยมีส่วนร่วมในเกมนี้มาก่อน Nicolas Cage จ่าย 276,000 ดอลลาร์ซื้อกะโหลก Tyrannosaurus ในปี 2007 ขณะที่ Russell Crowe ได้หัว Mosasaur มาในราคา 35,000 ดอลลาร์หลังจากเห็นมันแขวนอยู่บนผนังบ้านของ Leonardo DiCaprio ภาพรวมทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นปรากฏการณ์ที่นักวิทยาศาสตร์กำลังจับตามองด้วยความกังวลอย่างยิ่ง นั่นคือฟอสซิลที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในพิพิธภัณฑ์สาธารณะหรือสถาบันวิชาการ กำลังเดินทางเข้าสู่ตู้นิรภัยส่วนตัวทั่วโลก — และอาจไม่มีวันกลับมาอีก

 


 

 

KEY_TAKEAWAYS:

 

ฟอสซิลไดโนเสาร์: สินทรัพย์ทางเลือกที่โลกการลงทุนเพิ่งค้นพบ

 

ในโลกที่นักลงทุนแสวงหา “สินทรัพย์ทางเลือก” (alternative assets) นอกเหนือจากหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ ฟอสซิลไดโนเสาร์กำลังกลายเป็นหมวดสินทรัพย์ที่ถูกจับตามองอย่างจริงจัง ผู้เชี่ยวชาญในวงการระบุว่าความต้องการและราคาของชิ้นส่วนยุคก่อนประวัติศาสตร์เหล่านี้ได้เร่งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มผู้มั่งคั่งทั่วโลกต่างแข่งขันกันเพื่อครอบครองสิ่งที่ยังถือว่า “untapped” — ตั้งแต่กระดูกชิ้นเดียวไปจนถึงโครงกระดูกสมบูรณ์ของสัตว์ที่ครองโลกมาหลายล้านปี แรงดึงดูดนี้ไม่ได้มาจากมูลค่าทางวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากความหายาก ความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่อาจผลิตซ้ำได้ และภาพลักษณ์ของการครอบครองสิ่งที่ “เป็นไปไม่ได้” ให้กลายเป็นจริง

 

ตัวเลขที่บอกทุกอย่าง: 6 ปี, 3 ชิ้น, มูลค่ารวมกว่า $100 ล้าน

 

หากต้องการหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าตลาดนี้เติบโตเพียงใด ตัวเลขต่อไปนี้พูดแทนได้ทั้งหมด ในช่วงเพียง 6 ปีที่ผ่านมา มีฟอสซิลถึง 3 ชิ้นที่ทำราคาได้เกิน $30 ล้านในการประมูลเพียงครั้งเดียว

 

ฟอสซิล ปีที่ขาย ราคา ผู้ซื้อ
“Stan” (T. rex) 2020 $31.8 ล้าน Abu Dhabi Dept. of Culture and Tourism
“Apex” (Stegosaurus) 2024 $44.6 ล้าน Kenneth C. Griffin (Hedge Fund)
Ceratosaurus 2024 $30.5 ล้าน ไม่เปิดเผยตัวตน

 

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เพียงแค่สะท้อนราคาที่สูงขึ้น แต่สะท้อนถึง การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของผู้ซื้อ — จากที่เคยเป็นพิพิธภัณฑ์และสถาบันวิชาการ กลายเป็นมหาเศรษฐีเอกชน กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และหน่วยงานรัฐบาลจากตะวันออกกลาง ซึ่งแต่ละกลุ่มล้วนมีแรงจูงใจและเป้าหมายในการครอบครองที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

 

Joopiter และการปฏิวัติวงการประมูลดิจิทัล

 

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าตลาดฟอสซิลคือการเข้ามาของแพลตฟอร์มประมูลออนไลน์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Joopiter แพลตฟอร์มที่ก่อตั้งโดย Pharrell Williams ศิลปิน โปรดิวเซอร์ และนักออกแบบแฟชั่นชื่อดัง ซึ่งเดิมทีมุ่งเป้าไปที่นักสะสมรุ่นใหม่ด้วยสินค้าตั้งแต่รองเท้า sneaker หายากไปจนถึงการ์ดลงนามของ Michael Jordan การก้าวเข้าสู่วงการฟอสซิลไดโนเสาร์ครั้งแรกผ่านการขาย “Trey” ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าตลาดนี้กำลังเข้าถึงผู้ซื้อกลุ่มใหม่ที่อาจไม่เคยเหยียบเข้า Christie’s หรือ Sotheby’s เลยในชีวิต Caitlin Donovan หัวหน้าฝ่ายขายระดับโลกของ Joopiter กล่าวตรงๆ ว่าแนวคิดการเดินเข้าไปซื้อภาพเขียนเก่าในห้องประมูลแบบดั้งเดิมนั้น “กำลังกลายเป็นเรื่องของอดีต” และแพลตฟอร์มดิจิทัลคือประตูบานใหม่ที่เปิดกว้างกว่า

 

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังตัวเลขมูลค่ามหาศาลและเรื่องราวสีสันของนักสะสมรุ่นใหม่ นักบรรพชีวินวิทยา (paleontologists) และองค์กรวิชาการทั่วโลกกำลังส่งเสียงเตือนที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ความกังวลหลักคือฟอสซิลที่มีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์สูงกำลัง “หลุดออกจากมือสาธารณะไปตลอดกาล” เมื่อตกอยู่ในครอบครองของเอกชน นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถเข้าถึงเพื่อศึกษาวิจัยได้ และความรู้ที่ซ่อนอยู่ในกระดูกเหล่านั้นอาจสูญหายไปพร้อมกับการเปลี่ยนมือ ประเด็นนี้จะกลายเป็นแกนกลางของการถกเถียงที่ร้อนแรงที่สุดในบทความนี้ — ระหว่างสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของของปัจเจกบุคคล กับมรดกทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นของมนุษยชาติทั้งมวล

 


 

 

SECTIONS:

 

1. ตลาดฟอสซิลไดโนเสาร์: จากพิพิธภัณฑ์สู่มือนักสะสมเอกชน

 

#### 1.1 สถิติการขายที่สร้างแรงสั่นสะเทือนวงการ

 

จุดเริ่มต้นของกระแสที่ไม่อาจมองข้ามได้คือ “Trey” ไทรเซอราทอปส์ใกล้สมบูรณ์จากยุค Late Cretaceous ที่เพิ่งถูกประมูลออนไลน์ไปในราคา $5.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านแพลตฟอร์ม Joopiter — ตัวเลขที่ฟังดูมหาศาล แต่กลับเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสถิติที่เกิดขึ้นในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ตลาดสะสมระบุว่าความต้องการและราคาของชิ้นส่วนยุคก่อนประวัติศาสตร์เร่งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อกลุ่มผู้มั่งคั่งทั่วโลกแข่งขันกันเพื่อครอบครองกระดูก กะโหลก หรือแม้แต่โครงกระดูกทั้งชุดของสิ่งมีชีวิตที่เคยครองโลก

 

ฟอสซิล ปีที่ขาย ราคา ผู้ซื้อ
Stan (T. rex) 2020 $31.8 ล้าน Abu Dhabi Dept. of Culture and Tourism
Apex (Stegosaurus) 2024 $44.6 ล้าน Kenneth C. Griffin
Ceratosaurus 2024 $30.5 ล้าน ไม่เปิดเผยตัวตน
Trey (Triceratops) 2025 $5.55 ล้าน Chaw Wei Yang

 

แนวโน้มที่ชัดเจนจากตารางข้างต้นคือราคาพุ่งสูงอย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี โดยเฉพาะการที่ Apex ทุบสถิติ Stan ได้ภายในเวลาไม่ถึงทศวรรษ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดนี้ยังคงร้อนแรงและไม่มีทีท่าจะชะลอตัว

 

 

#### 1.2 ใครบ้างที่อยู่เบื้องหลังการซื้อ?

 

ผู้เล่นในตลาดฟอสซิลไม่ได้จำกัดอยู่แค่พิพิธภัณฑ์หรือนักวิชาการอีกต่อไป กลุ่มผู้ซื้อมีความหลากหลายอย่างน่าสนใจ ตั้งแต่ระดับ มหาเศรษฐีและกองทุนเฮดจ์ฟันด์ อย่าง Kenneth C. Griffin ที่ทุ่มกว่า $44.6 ล้านเพื่อครอบครอง Apex ไปจนถึงหน่วยงานรัฐบาลอย่าง Abu Dhabi Department of Culture and Tourism ที่มองฟอสซิลในฐานะสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมระดับชาติ ฝั่งฮอลลีวูดก็ไม่น้อยหน้า Nicolas Cage เคยควักเงิน $276,000 ซื้อกะโหลก Tyrannosaurus ในปี 2007 ขณะที่ Russell Crowe จ่าย $35,000 สำหรับหัว Mosasaur ที่บังเอิญเห็นติดผนังบ้านของ Leonardo DiCaprio

 

แต่ตัวละครที่สร้างความฮือฮาในยุคนี้มากที่สุดคือ Chaw Wei Yang วัย 26 ปี นักลงทุนคริปโตจากสิงคโปร์ ผู้ซื้อ Trey ก่อนจะนำออกประมูลต่อ ความสำเร็จของเขาเป็นสัญญาณชัดเจนว่านักสะสมรุ่นใหม่ที่สร้างความมั่งคั่งจากสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังก้าวเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนหน้าใหม่ของตลาดฟอสซิลโลก

 

 

2. เรื่องราวของ “Trey” — Triceratops ที่เดินทางจากไวโอมิงสู่ตู้นิรภัยสิงคโปร์

 

#### 2.1 ประวัติและที่มาของ Trey

 

Trey มีจุดเริ่มต้นในปี 1993 เมื่อบริษัทบรรพชีวินวิทยาเชิงพาณิชย์ขุดพบมันจาก Lance Formation ใน Niobrara County รัฐ Wyoming แหล่งฟอสซิลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา โครงกระดูกยาว 6 เมตร (20 ฟุต) ชุดนี้ถูกนำไปจัดแสดงที่ Wyoming Dinosaur Center เกือบ 3 ทศวรรษภายใต้สัญญายืม ก่อนที่เส้นทางชีวิตของมันจะพลิกผันอย่างสิ้นเชิง เมื่อ Chaw Wei Yang เข้าซื้อและโอนย้ายมันไปยัง Le Freeport สิงคโปร์ — คลังเก็บสมบัติระดับหรูที่ได้รับการขนานนามว่า “Fort Knox แห่งเอเชีย” — เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประมูล

 

#### 2.2 จากความฝันในวัยเด็กสู่การลงทุน

 

สำหรับ Chaw Wei Yang การซื้อ Trey ไม่ใช่แค่การลงทุน แต่คือการทำให้ความฝันในวัยเด็กกลายเป็นจริง แนวคิดนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Joopiter แพลตฟอร์มประมูลออนไลน์ที่ก่อตั้งโดย Pharrell Williams ศิลปิน โปรดิวเซอร์ และดีไซเนอร์ชื่อดัง Caitlin Donovan หัวหน้าฝ่ายขายระดับโลกของ Joopiter อธิบายว่าแพลตฟอร์มนี้ต้องการทลายภาพจำของการประมูลแบบเดิมที่ผูกติดกับ Christie’s หรือ Sotheby’s และเปิดประตูให้นักสะสมรุ่นใหม่เข้าถึงสินทรัพย์ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ไกลเกินเอื้อม “ความคิดที่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของไดโนเสาร์จริงๆ ในคอลเลกชันของตัวเอง มันเหมือนกับความฝันของเด็กอายุ 5 ขวบทุกคน” Donovan กล่าว ซึ่งนั่นคือแก่นแท้ของแรงดึงดูดที่ทำให้ตลาดนี้เติบโตได้อย่างไม่หยุดยั้ง

 

 

ข้อดีและข้อเสีย

 

✅ ข้อดี ❌ ข้อเสีย
ตลาดเชิงพาณิชย์กระตุ้นให้เกิดการขุดค้นและอนุรักษ์ฟอสซิลที่อาจถูกทำลายตามธรรมชาติหากไม่มีใครสนใจ ฟอสซิลที่มีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์สูงกำลังถูกล็อคไว้ในมือเอกชน ทำให้นักวิจัยไม่สามารถเข้าถึงเพื่อศึกษาได้ และความรู้ที่อาจอยู่ในกระดูกเหล่านั้นอาจสูญหายไปพร้อมกับการเปลี่ยนมือ
การเข้ามาของแพลตฟอร์มออนไลน์และนักสะสมรุ่นใหม่ทำให้ฟอสซิลเข้าถึงคนวงกว้างมากขึ้น และสร้างความตื่นตัวเรื่องบรรพชีวินวิทยาในกลุ่มคนที่ไม่เคยสนใจมาก่อน แรงจูงใจทางการเงินทำให้เกิดการขุดค้นที่ไม่ได้มาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ ทำลาย context ทางธรณีวิทยาที่มีความสำคัญต่อการตีความฟอสซิลไม่แพ้ตัวกระดูกเอง

 

 

ตลาดฟอสซิลไดโนเสาร์เชิงพาณิชย์ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่จะหายไปในเร็ววัน และข้อถกเถียงระหว่างสองฝ่ายก็ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดอย่างชัดเจน ฝ่ายนักวิทยาศาสตร์มีเหตุผลอันสมเหตุสมผลที่จะกังวลว่าบันทึกของสิ่งมีชีวิตที่ใช้เวลาหลายสิบล้านปีในการก่อตัวกำลังกลายเป็นของตกแต่งในห้องนั่งเล่นของมหาเศรษฐี ขณะที่ฝ่ายนักสะสมก็ชี้ได้ว่าหากไม่มีตลาดเชิงพาณิชย์ ฟอสซิลจำนวนมากคงถูกกัดกร่อนโดยธรรมชาติจนไม่เหลืออะไรให้ศึกษาอยู่ดี สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ กฎหมายและนโยบายที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่ทันกับความเร็วและขนาดของตลาดที่กำลังเติบโต

 

สำหรับผู้ที่ติดตามเรื่องนี้ในฐานะผู้สังเกตการณ์ สิ่งที่ควรจับตามองในระยะถัดไปคือทิศทางของกฎหมายในสหรัฐอเมริกาที่อาจปรับเปลี่ยนสิทธิ์การครอบครองฟอสซิลบนที่ดินเอกชน รวมถึงว่าสถาบันพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่จะปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อแข่งขันกับกระเป๋าเงินที่ลึกกว่าของนักลงทุนเอกชน และที่สำคัญที่สุด — ฟอสซิลชิ้นต่อไปที่จะทำลายสถิติ $44.6 ล้านของ Apex จะมาจากไหน และจะอยู่ในมือใครในท้ายที่สุด

 

 

หากสนใจสินค้าหรือติดต่อสอบถามโดยตรง

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *